ปิดเทอม

posted on 09 Mar 2011 07:55 by kikiekikie in InMyMind
ทำไมโตแล้วถึงไม่มีปิดเทอม
 
อันที่จริง  ตอนเป็นเด็ก ก็เฉยๆ กับการปิดเทอมนะ
 
เพราะยังไง พ่อกะแม่ก็ไม่ยอมให้ตื่นสาย
 
ต้องลุกมากินข้าว อาบน้ำ
 
ดีหน่อยตรงที่ มีพี่น้องให้เล่นด้วย
 
มีหนังสือเต็มบ้าน  ให้คุ้ยมาอ่าน
 
บางเรื่องก็เป็นเล่มเดิม  ที่อ่านซ้ำๆ จนแทบจะขึ้นใจ 
 
มากที่สุด คือได้ไปเที่ยวห้าง  มากที่สุดก็กรุงเทพ+ทะเล
 
ไม่รู้เหมือนกัน ว่าปิดเทอมของฉันหายไปตอนไหน
 
ดูเหมือนจะเป็นตอนเริ่มมาทำงาน...
 
หลังเรียนจบ เป็นปิดเทอมที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต 
 
ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกะพี่สาว
 
หลังจากนั้น  ก็ไม่เคยรู้สึกว่าชีวิต ว่าง แลได้พักอีกเลย
 
ไม่มีครั้งไหน ที่จะดดหยหาเวลาพักมากเท่านี้
 
ขอวันหยุดหายใจยาว ยาววววววววว
 
ขออยู่นิ่งๆ
 
เหนื่อย.....
 
 
 
เอ๊ะ..แต่นี่ฉันก็มีวันหยุดมาตั้งหลายหนนี่
 
วันหยุดที่ได้ไป ที่ที่อยากไป กับคนที่รู้ใจ
 
วันหยุด ที่ได้นั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟ สุดchill
 
หรือเป็นเพียงความต้องการของคนไม่รู้จักพอ
 
หรือเป็นแค่ เด็กขี้อิจฉา ที่เห็นคนรอบข้างพากันปิดเทอม
 
อะไรก็ช่าง....
 
 
 
 
ร่างกายต้องการทะเล 
 
 
 
 
 
 
 
ไปทะเลกันนะ

ว่าด้วย การแต่งงาน

posted on 03 Mar 2011 19:03 by kikiekikie in FineDay
จงรักกันและกัน แต่อย่าสร้างพันธะแห่งความรัก
 
และขอให้ความรักนั้นเป็นเสมือนห้วงสมุทร
 
อันเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างฝั่งแห่งวิญญาณของเธอทั้งสอง
 
จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน
 
จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน
 
จงร้องและเริงรำด้วยกัน และจงมีความบันเทิง
 
แต่ขอให้แต่ละฅนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว
 
ดังเช่นสายพิณนั้นต่างอยู่โดดเดี่ยว ทว่าสั่นสะเทือนด้วยทำนองดนตรีเดียวกัน
 
จงมอบดวงใจ แต่มิใช่ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
 
เพราะพระหัตถ์แห่งชีวิตอมตะเท่านั้นที่จะรับดวงใจของเธอไว้ได้
 
และจงยืนอยู่ด้วยกัน แต่อย่าใกล้กันนัก
 
เพราะว่าเสาของวิหารนั้น ก็ยืนอยู่ห่างกัน
 
และต้นโอ๊คต้นไซเพรส ก็มิอาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้
 
 
 
 
ที่มา : ปรัชญาชีวิต 
คาลิล ยิบราน นิพนธ์
ระวี ภาวิไล ถอดความ

ขอบคุณ

posted on 13 May 2010 00:37 by kikiekikie

 

 

ช่วงนี้เห่อหลาน
ลูกของพี่สาว
ก็เพราะว่า มีมาให้เล่นหนึ่งคน
เป็นตัวน้อยๆ ที่ทำอะไรไม่ได้เลย
ได้แต่ ร้องไห้ กินนม ร้องไห้ นอน ร้องไห้ 
ร้องอะไรไม่รู้ 
ร้องทุกชั่วโมง
แม่มันบอกว่า สองสามคืนก่อน ร้องสามชั่วโมง
ตั้งกะเที่ยงคืน มาราธอนจนตีสาม

ตัวก็เท่าแมว
นมก็หากินเองไม่ได้ 
เดินก็ไม่ได้ 
มองอะไรก็ไม่เห็น
บอกความรู้สึกอะไรก็ไม่ได้
ร้องไห้อะไรก็ไม่มีใครเข้าใ
ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง
ถ้าโดนปล่อยไว้เฉยๆ คงร้องไห้ไปเรื่อยๆ 
สักครึ่งวันก็ตายแล้วมั้ง



แล้วพ่อกะแม่เรามีมาได้ไง(ฟะ) 
ไม่ใช่คนเดียว
แต่ตั้งห้าคน
แถมตอนนั้นไม่ได้มีพี่เลี้ยงด้วยนะ
ดูเอง อะไรเอง
แม่เก่งจัง
พ่อเก่งจัง

มิน่า...พ่อกะแม่ถึงอยากให้เราอยู่ในสายตาเสมอ
มิน่า...พ่อกะแม่ถึงได้โกรธหนักหนา เวลาเราทำอะไรเสี่ยงๆ 
มิน่า...พ่อกะแม่ถึงได้ห่วงใยมากมาย เวลาที่เราป่วยไข้ แม่กระทั่งเวลาเราไม่สบายใจอะไรบางอย่าง
มิน่า...พ่อกะแม่ถึงได้ ดีใจหนักหนา เวลาเราทำอะไรแล้วได้ดี มีคนชม
มิน่า...
มิน่า....

ขอบคุณนะคะ สำหรับชีวิตที่ให้มา
ขอบคุณนะคะ ที่เลี้ยงดูตั้งกะตีนเท่าฝาหอย จนตีนโตเท่าหน้า...แล้ว
ขอบคุณค่าาาาาา
รักพ่อกะแม่ที่สุดเลย
ปล.วันนี้ไม่ใช่วันพ่อ ไม่ใช่วันแม่

แต่ก็เป็นเดือนเกิดของทั้งคู่นะ